ผิวแพ้ง่ายแบบนี้เลือกทำความสะอาดผิว แบบไหนดี

การทำความสะอาดผิวหน้าถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับการดูแลรักษาผิวพรรณที่อยากขาวไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา การรู้วิธีทำความสะอาดผิวได้อย่างถูกต้องก็เป็นแนวทางหนึ่งที่รักษาให้ผิวพรรณดูดีได้ และเป็นพื้นฐานการป้องกันสิวด้วย

 

ว่ากันว่าการล้างหน้าที่ช่วยลดแนวโน้มการเกิดสิวนั้นคือ การล้างหน้าแบบแนวโพรงขน ซึ่งการล้างหน้าแบบแนวโพรงขนนั้นก็ทำได้ไม่ยาก แต่การจะล้างหน้าตามแนวขนได้เราก็ต้องรู้ว่าขนบนใบหน้าของเรามันอยู่ในทิศทางไหนบ้าง ฉะนั้นลองเอากระจกมาส่องดูแนวโพรงขนตัวเองกันเร็ว ฉะนั้นถ้าอยากให้สิวลดลงก็อย่าลืมปรับพฤติกรรมการล้างหน้าเปลี่ยนสะ จากการล้างวนๆถูๆ แต่เมื่อรู้วิธีการล้างหน้าแล้วอีกสิ่งที่สำคัญคือการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าเราด้วยนะ

 

สภาพผิวที่ส่วนใหญ่จะพบเจอนั้นแบ่งได้เป็น 5 แบบ คือ

1.ผิวธรรมดา ยินดีด้วยถ้าหากคุณมีผิวธรรมดา เพราะนอกจากปัญหาผื่นแดง จุดด่างดำ และผิวแห้งกร้านจะไม่ค่อยเกิดขึ้น ถือเป็นกลุ่มที่ดูแลรักษาผิวได้ง่ายกว่าผิวประเภทอื่น คุณสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างหลากหลายแต่ก็อยากจะแนะนำเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวแบบครีมและมีมอยเจอไรเซอร์เพื่อปรับสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิวอยู่ตลอด แต่ถึงอย่างไรก็ตามไม่ควรใช้ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป และพยายามอย่าปล่อยให้หน้ามันหรือหน้าแห้งจนกลายเป็นตัวก่อปัญหาผิวตามมารบกวนได้นะ

 

2.ผิวแห้ง ปัญหาผิวแห้งเกิดจากการที่ต่อมน้ำมันผลิตน้ำมันได้น้อย ผิวที่ขาดน้ำมันและความชื้นหล่อเลี้ยง เสี่ยงต่อปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ทั้งที่เป็นริ้วรอยแห่งวัยและริ้วรอยชั่วคราว ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง หรือผิวแตกแห้งเป็นขุย ดังนั้นใครที่รู้ว่าตัวเองเป็นบุคคลผิวแห้งแล้วละก็ควรหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบครีมและมีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ จะได้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผลด้วยขณะทำความสะอาด

 

3.ผิวมัน ผิวมันเป็นปัญหาจากการที่มีน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้า มีแนวโน้มที่จะมีสิ่งสกปรกตกค้างและเป็นสิวได้ง่าย รูขุมขนกว้าง ดังนั้นจึงต้องทำความสะอาดอย่างทั่วถึงและหมดจด เนื้อบางเบา แต่ก็ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้หน้าแห้งตึงหลังการล้างหน้าเพราะจะยิ่งทำให้ผิวยิ่งขับน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อรักษาสมดุลความชื้นให้ผิว กลายเป็นหน้าเมือกไปอีกคราวนี้ ดังนั้นผิวแห้งเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์รูปแบบเจลจะดีกว่า

 

4.ผิวผสม ทำบุญเช้า ภาวนาเย็นเลยทีเดียวกับใครก็ตามที่มีผิวผสม เพราะดูแลยากกว่าคนที่มีผิวแห้งไปเลยหรือผิวมัน จะมีผิวแห้งบริเวณแก้ม แต่มันบริเวณ T-zone มันคือการเอาจุดด้อยของทั้งสองสภาพมารวมแล้วเป็นผิวผสมเนี่ยสิ แต่อย่าตื่นตระหนกไปก็ใช่ว่าเราจะดูแลไม่ได้ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เป็นแบบเจลหรือโฟมที่มีส่วนผสมเพิ่มความชุ่มชื้นเพื่อรักษาสมดุลให้ผิวในแต่ละส่วนให้คงความชุ่มชื้น

 

5.ผิวแพ้ง่าย ผิวบอบบางแพ้ง่ายนั้นต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งส่วนใหญ่จะแพ้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม แอลกอฮอล์ และอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง เพราะโครงสร้างผิวไม่แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับสารสกัดต่าง ๆ โดยผู้มีผิวแพ้ง่ายจะมีพื้นฐานของผิวคล้ายกับคนผิวแห้ง ฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดของคนผิวบอบบางแพ้ง่ายนั้นคือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่เป็นเวชสำอางสำหรับผิวแพ้ง่าย สบู่เหลวสูตรอ่อนโยน

 

นอกจากล้างหน้าอย่างถูกต้องแล้วก็ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผิวด้วยเช่นกัน ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องเลือกตามที่เราแนะนำเสียทั้งหมด ควรเลือกที่ตัวคุณเองใช้แล้วไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองกับผิวคุณจะดีกว่า อย่าลืมทดสอบก่อนการใช้งานก่อนก็จะเป็นสิ่งที่ดีนะ

Open post

เมคอัพ 5 ลุค สาวผิวขาว สวยโดนใจหนุ่ม

ถึงแม้ว่าเทรนด์ฮอตตอนนี้สาวผิวโทนน้ำผึ้งหรือผิวแทนราวบ่มแดดจะมาแรงแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้สาวผิวขาวหลุดวงโคจรไปได้ ไม่ว่าคุณจะมีผิวชุ่มชื้นขาวฉ่ำวาวดิวอี้เหมือนสาวเกาหลี ผิวขาวซีดสไตล์งาช้างแบบสาวจีน หรือขาวเนียนราวกระเบื้องเคลือบแทบจะไร้รูขุมขนแบบสาวญี่ปุ่น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเทรนด์เมคอัพสาวผิวขาวไม่เคยตกเทรนด์อยู่แล้ว มาดูกันว่าผิว คิ้ว ตา แก้ม ปาก แบบฉบับเมคอัพสาวผิวขาว 5 ลุค ให้สวยโดนใจมีทริคอย่างไร มาเริ่มคอมพลีทลุคตามสไตล์ที่ใช่คุณกันได้เลย

1.Natural Look งานเผยผิวสุขภาพดี

เทรนด์เมคอัพที่ยึดพื้นที่สื่อไม่เคยตกจากลิสต์อันดับต้นๆ นั่นคือแต่งให้ดูเหมือนไม่ได้แต่ง (Makeup no makeup) และเทรนด์นี้ก็แมทซ์กับสาวผิวขาวได้อย่างเพอร์เฟ็กต์สุดๆเลยล่ะ เพื่อให้ได้ลุคสวยใสแบบธรรมชาติขั้นสุดก็ต้องมีงานเผยผิวสุขภาพดี แต่แอดวานซ์ขึ้นนิดหน่อยด้วยงานรองพื้นเนื้อบางเบา แต่งเปลือกตาด้วยอายแชโดว์สีน้ำตาลอ่อน ลงบลัชออนช่วงโหนกแก้มด้านบนด้วยโทนสีชมพูพีช สีส้มอมชมพู หรือ Coral ให้ดูมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ ริมฝีปากไล่เฉดแบบ Ombre แต่งคิ้วทรงธรรมชาติ ใช้มาสคาร่าปัดให้ฟุ้งๆ เท่านี้ก็ได้ความเป็น Natural Look ที่เผยผิวใส สุขภาพดีแบบไม่มากหรือน้อยจนเกินไป

2.Romantic Style สวยหวานละมุนด้วยกลอส

อีกขั้นของการเผยผิวขาวให้น่าทะนุถนอมขึ้นอีกเท่าตัว โดยลุคนี้จะโฟกัสไปที่ความอ่อนหวาน กับเมคอัพสาวผิวขาวในแบบโรแมนติกสไตล์ เมคอัพหน้าหวาน ๆ แต่ได้ลุคสดใส แค่เลือกใช้สีสันโทนหวานละมุน และแน่นอนสีชมพูก็เป็นสีที่ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด เรียกได้ว่าเป็นเมคอัพลุคที่ได้รับความนิยมตลอดกาล มีอิทธิพลต่อสาวๆ มากทีเดียวเพราะแต่งได้ทุกโอกาส ควรเน้นริมฝีปากด้วยการเลือกทาลิปกลอสที่มีความช่ำวาว โดยเฉพาะกลอสสีใสแบบธรรมชาติที่เทรนด์ปี 2018 นี้กลับมาครองใจสาวๆ อีกครั้ง หรือจะเป็นลิปสติกโทนสีส้มสุดสดใส จะยังไงก็ได้ขอให้เป็นเนื้อกลอสถือว่าผ่านแล้ว ทาอายแชโดว์หรือไฮไลต์ไว้ที่บริเวณขอบตาล่างแบบ  Aegyo-Sal (เทรนด์การทำถุงใต้ตาแบบสาวเกาหลี) จะช่วยให้ดวงตาโต ดูสว่าง สดใส เพิ่มความเด็ก และเติมกิมมิคด้วยขนตาฟูๆ ให้ดวงตามีมิติ เขียนคิ้วฟุ้งๆ แบบฝุ่น เท่านี้ก็ได้ลุคละมุน หวานสดใส น่าค้นหาแล้ว

3.Nude Brown เรียบหรูดูแพง

ใครว่าสาวผิวขาวต้องจำใจแต่งแต่โทนสีชมพูเท่านั้นกันล่ะ บางครั้งลุคอินโนเซ้นท์ แบ๊ว ๆ คุณหนูหวานก็ดูน่าเบื่อเกินไป เมคอัพสำหรับสาวที่อยากได้ลุคเรียบหรูโทนสีนู้ดก็ไม่ได้ยากเกินไปนะ แถมยังเป็นโทนสีสุดฮิตที่ทั้ง Beauty Blogger และ Fashion Influencer เลิฟหนักมาก แค่เมคอัพโทนนู้ดสีส้ม คัดเบ้าตาด้วยสีน้ำตาล และทาลิปสติกโทนสีน้ำตาลนู้ด เขียนคิ้วคมๆ กรีดอายไลเนอร์แบบเน้นๆ ติดขนตาเบาๆ จะได้ลุคนัวๆ ที่มีเสน่ห์ ช่วยขับผิวให้ขาวใสเด้งไปอีกเลเวล แต่ถ้ากลัวลิปสติกสีน้ำตาลนู้ดจะดูป่วยเกินไป ลองเปลี่ยนเป็นโทนสีส้มอิฐ คุมแก้มโทนสีส้มน้ำตาลให้แมทซ์ไปด้วยกันทั้งหน้า นอกจากเรียบโก้แล้วยังได้ความชิคด้วย เก๋สะไม่มีเลยคราวนี้

4.Red Matte เสน่ห์เย้ายวน สะกดใจ

สีลิปสติกนั้นมีผลกับชีวิตมาก เลือกสีผิดชีวิตเปลี่ยนเลยทีเดียว แม้สีชมพูคือที่หนึ่งในดวงใจใครหลายๆคน แต่โทนสีลิปสติกที่คู่ควรกับสาวผิวขาวที่สุดคือสีแดง จนบล็อกเกอร์สาวหลายคนถึงกับเอ่ยว่าปากแดงๆ นี่เข้ากันราวกับเจอเนื้อคู่ จึงไม่น่าแปลกที่ช่วงนี้เราจะเห็นแฟชั่นนิสต้าหยิบลิปสติกสีแดงเนื้อแมทท์มาคอมพลีทลุคให้ดูเผ็ดแซ่บ ราวกับมีงานปาร์ตี้ทั้งเดือนเมื่อริมฝีปากแดงโดดเด่น ดึงดูด สวยเซ็กซี่แถมเย้ายวนแล้ว แต่เมื่อปากแดงแล้วก็ควรดรอปเมคอัพส่วนอื่นลงพอเป็นพิธีด้วยนะ กรีดอายไลน์เนอร์บางๆ  ไฮไลต์ใต้ตา ปัดแก้มโทนชมพูอ่อน เท่านี้ก็เพอร์เฟ็กต์แมทท์แบบคู่แข่งตายเรียบ

5.Passionate Eye ดวงตาที่น่าหลงใหลราวต้องมนต์สะกด

เพราะดวงตาคือสิ่งที่ดึงดูด (สายตา) ได้ดีที่สุด สาวเอเชียหลายคนที่มีดวงตาเรียวเล็กราวเมล็ดอัลมอนด์อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะเมคอัพของสาวที่มีตาชั้นเดียวมีทริคง่ายๆ ขอให้เน้นแต่งแต้มดวงตาให้ดูคมชัด ลองเบลนด์อายแชโดว์ที่เปลือกตาและเกลี่ยกว้างๆ ไปจนถึงนอกรูปตา คัดเบ้าเล็กน้อยไล่เฉดสีตามชอบ อาทิ สีพีช สีชมพู หรือสีชมพูอมส้ม ก็ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตขึ้นได้อย่างมีมิติ และบรรจงกรีดอายไลเนอร์ทับอีกชั้นที่เปลือกตา ถ้าตกเย็นจะไปแฮงก์เอาท์ต่อก็แค่ลงกลิทเตอร์เพิ่มความวิ้งค์วิบที่ใต้ตา สวยจบค่ะซิส

และอย่าลืมว่าคิ้วคือมงกุฎของหน้า ตาสวยสะกดใจแล้วก็เขียนคิ้วเส้นบางๆ ไม่ต้องจัดเต็มมาก ทาปากปัดแก้มเบาๆ แต่ก็อย่าให้ปากกับแก้มแย่งซีนกันจนเหมือนเพิ่งออกมาจากคณะงิ้วล่ะกัน แต่ถ้าคุณเป็นสาวผิวขาวตากลมโตอยู่แล้ว แค่ข้ามสเต็ปมาดัดขนตาและปัดมาสคาร่าให้ขนตาเด้งงอนสวย ลงอายแชโดว์สีเข้มเล็กน้อยที่ตาล่างแล้วบรรจงเกลี่ยให้ฟุ้งๆ แทนการลงกลิทเตอร์ระยิบระยับใต้ตา ก็ได้ลุคเมคอัพสาวผิวขาวที่สวยและน่าหลงใหลแล้ว

เคล็ดลับการเผยโฉมทั้ง 5 ลุค พร้อมเนรมิตตัวเองด้วยเมคอัพแบบฉบับสาวผิวขาวให้สวยโดนแล้ว กฎความงามอีกข้อที่จะช่วยขับเน้นให้สาวผิวขาวโดดเด่นขึ้นอีกเท่าตัวคือผิวต้องมีสุขภาพดีไร้ที่ติด้วย เพราะเมื่อผิวดีแล้วไม่ว่าจะเมคอัพลุคไหนก็เอาอยู่!

Open post

อยากมีผิวชุ่มชื้น หน้าสดสวยใส อยากได้ต้องทำไง

ผิวชุ่มชื่น ฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีเหมือนดาราไอดอลเกาหลีที่เห็นกันในซีรี่ส์ เราเชื่อว่าใครๆก็อยากจะมีผิวชุ่มชื้นแบบนั้นบ้างล่ะ ก็เพราะมันทั้งน่ามอง ทั้งช่วยให้แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางติดทนดี แม้แต่หน้าสดยังสวยใสแต่สำหรับใครที่เกิดเจอปัญหาผิวแห้ง หยาบกร้าน ขาดน้ำ หมองคล้ำแล้วนั้น ถ้าไม่อยากปล่อยให้ผิวแย่ไปกว่าเดิมแล้ว เราจะพาคุณมาฟื้นฟูผิวด้วยหลากหลายเคล็ดลับเปลี่ยนผิวให้ดูดี มีชีวิตชีวา ชุ่มชื้นกันเถอะ

1.มอยเจอร์ไรเซอร์

แม้ว่าผิวที่ชุ่มชื้นนั้นจะมีการสร้างมอยเจอร์ไรเซอร์ได้เองภายใต้ผิว ทำให้ผลคงความชุ่มชื้นได้โดยไม่ต้องทาครีมเพิ่ม แต่จากการใช้ชีวิตประจำวันของเราแต่ละวันที่ทำให้ความชุ่มชื้นนั้นระเหยจากผิวได้นั้น มอยส์เจอไรเซอร์จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่รักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ให้ผิวชุ่มชื้นสุขภาพดี ดังนั้นบนโต๊ะเครื่องแป้งก็อย่าให้ขาดเลยนะ โดยทาหลังการทำความสะอาดทั้งเช้าและก่อนนอนได้เป็นประจำจะดีมาก แล้วถ้ายิ่งทาหลังการอาบน้ำหรือล้างหน้าทันทีเลยจะยิ่งดีมาก ๆ เลยทีเดียว

2.มาส์กหน้า

ใครจะว่าการมาส์กหน้าแค่ว่างเมื่อไหร่ หรือนึกขึ้นได้เมื่อไหร่ก็ค่อยทำเป็นครั้งเป็นคราวก็ได้ ความจริงแล้วควรจะทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1-2  ครั้งจะเป็นผลดีต่อผิวมากกว่า เพราะการมาส์กหน้าจะทำให้ผิวได้รับสารบำรุงที่เข้มข้นกว่าการทาครีมปกติ อาจจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาให้แล้วพวกชีทมาส์ก ครีมชนิดพอกแล้วลอกออก หรือจะลองหามาส์กหน้าสูตรธรรมชาติดูก็ได้ เช่น แตงกวา เพียงแค่นำแตงกวามาสับแล้วผสมกับว่านหางจระเข้ มาส์กหน้าแล้วล้างออก หรือจะกล้วยสุก น้ำผึ้ง ข้าวโอ๊ต ปั่นผสมรวมกันมาส์กทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก อ่อนโยนและปลอดภัยด้วย

3.สครับผิว

ถ้าหากคุณเป็นคนมีปัญหาผิวแห้งแล้วนั้น การสครับผิวเป็นวิธีที่ดีอย่างนึงเลย เพราะจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ขี้ไคล หรือเซลล์ผิวแห้งที่เป็นตัวการทำให้ผิวหมองออกไป คุณจะได้สัมผัสกับผิวเรียบเนียน แล้วก็อย่าลืมที่จะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวตบท้ายหลังการสครับด้วยนะ

4.อาบน้ำนาน น้ำอุ่น

การอาบน้ำนานรวมถึงการอาบน้ำอุ่นควรหลีกเลี่ยง เพราะผิวจะยิ่งสูญเสียความชุ่มชื้นและไขมันที่จำเป็น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ควรจะอาบน้ำนานเกิน 15 นาทีและน้ำอุ่นจะยิ่งทำให้ผิวคลายความชุ่มชื้นออกมา เป็นสาเหตุให้ผิวแห้งกร้านมากขึ้น

5.ผลิตภัณฑ์เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อาบน้ำก็ควรจะเลือกใช้ให้เหมาะกับผิว เพราะบางตัวอาจแรงเกินไป ใช้แล้วจะยิ่งทำให้ผิวแห้งตึง ทางที่ดีสำหรับคนที่ผิวแห้งมาก ๆ แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรอ่อนโยนจะดีกว่า นอกจากจะดีต่อผิวแล้ว ยังไม่ทำลายไขมันที่จำเป็นในผิวอีกด้วย

6.ทานอาหารเสริมบำรุง

อาหาร สำหรับสาว ๆหรือแม้แต่หนุ่มๆก็ตาม ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันนะ ซึ่งอาหารที่เหมาะกับคนผิวแห้งนั้นก็คืออาหารชนิดที่มีโอเมก้า 3 อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทู ถั่วแระ ถั่ววอลนัท ถั่วเหลือง และผักโขม เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้จะมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายและจะช่วยเสริมสร้างน้ำมันในผิวให้สมดุล ส่งผลให้ผิวชุ่มชื้นไม่แห้งตึงได้ และถ้ายังกลัวไม่พอหรือสารอาหารไม่ถึงผิว จะเสริมด้วยอาการเสริมในรูปแบบเม็ดเพิ่มเติมก็ได้อีกนะ

7.ดื่มน้ำ

สูตรหน้าใสที่ได้ผลดีที่สุด และได้ผลดีกับสุขภาพด้วย ก็คือการดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสมกับที่ร่างกายต้องการ คือ 8-10 แก้วต่อวันนั่นเอง ดื่มน้ำสะอาด ยิ่งเป็นน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องด้วยแล้วยิ่งดีแบบดับเบิ้ล เพราะน้ำเป็นตัวช่วยที่ทำให้ร่างกายฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ได้ดี รู้แล้วก็หันไปจิบน้ำสักหน่อยสิ

 

เห็นไหมว่าแต่ละข้อก็ทำตามได้ไม่ยากเลย อยากมีผิวดี ผิวชุ่มชื้นก็ลองทำตามที่เราแนะนำดูนะ

Open post

อยากมีหน้าสวยๆ ต้องดูแลผิวหน้า

ตื่นเช้ามาใครก็อยากมีหน้าสวยๆเป็นวิธีมัดใจชายกันทั้งนั้น อยากจะมีผิวหน้าสวยใสในราคาประหยัดงบ ดูแลผิวหน้าแบบไม่ต้องเข้าคอร์สความงามให้สิ้นเปลือง เพียงสาวๆ ทำตามวิธีดูแลผิวหน้านี้ รับประกันค่ะว่าคุณจะมีผิวหน้าสวยใสแน่นอน

1.make up remove ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้าหรือไม่ก็ตามแต่การใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์ล้างหน้าก่อนล้างด้วยโฟมปกตินั้นจะดีมากกว่า เพราะอย่างน้อยหน้าเราก็ยังคงมีแป้งฝุ่นเอย ครีมกันแดดเอยที่ยังคงอยู่บนใบหน้าฉะนั้นล้างด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์ก่อนก่อนนะ

2.ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ก่อนล้มตัวลงนอนทุกครั้ง ต้องล้างหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ หลังแต่งหน้าแล้วก็ล้างหน้าตามขั้นตอนปกติอย่างถูกต้อง และควรล้างหน้าให้สะอาดเช้าเย็น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกไม่ให้อุดตันรูขุมขน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้แล้ว

3.เลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับผิว ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นเจล ครีม สบู่หรือโฟมล้างหน้า สำหรับสาวผิวแห้ง ควรเลือกสูตรที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอ่อนโยนต่อผิวด้วยนะ

4.ซับผิวหน้าอย่างเบามือ หลังจากล้างหน้าเสร็จแล้ว หลายคนอาจจะเผลอหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดถูผิวหน้าอย่างรุนแรง แต่แบบนี้จะเป็นการทำลายผิวให้เกิดการเสียดสีและมีริ้วรอยง่ายขึ้น แนะนำให้ซับหน้าด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ อย่างเบามือจะดีที่สุด และควรหมั่นเปลี่ยนผ้าขนหนูผืนใหม่ทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกบ่มเพาะในเส้นใยผ้ามากเกินไป

5.สครับผิวหน้า ควรสครับผิวหน้าบ้าง สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก เผยผิวใหม่ที่สดใสและแข็งแรงกว่าเดิม

6.โทนเนอร์ เมื่อล้างหน้าเสร็จแล้วควรใช้โทนเนอร์เพื่อเตรียมปรับสภาพผิว บางคนคิดว่าโทนเนอร์ไม่จำเป็นก็ได้ แต่เจ้าโทนเนอร์เนี่ยล่ะที่เป็ฯตัวที่จะทำให้ครีมดีๆ ราคาแพงๆ ที่คุณใช้ เข้าสู้ผิวและได้ประสิทธิภาพมากขึ้น

7.ประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำและทาครีมบำรุง วิธีง่าย ๆ ในการประคบผิวหน้าด้วยไอน้ำ คือ เตรียมน้ำอุ่นไว้ แล้วนำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นและบิดหมาด ๆ เสร็จแล้วนำมาประคบบนผิวหน้า เพื่อช่วยให้รูขุมขนเปิดออกและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนใบหน้า หลังจากประคบหน้าแล้วก็ทาครีมบำรุงต่าง ๆ ได้เลย เพราะเมื่อรูขุมขุนเปิด การทาครีมบำรุงเหล่านี้ก็จะสามารถลงไปถึงชั้นที่ลึกที่สุดได้ สำหรับคนหน้ามันพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันค่ะ เพราะจะลงไปอุดตันในรูขุมขนได้ และยังทำให้หน้ามันยิ่งขึ้นด้วยค่ะ หรือในขณะที่ทาครีมอาจจะนวดหน้าเบา ๆ ไปพร้อมกันเลยก็ได้ค่ะ ก็จะยิ่งช่วยให้การทาครีมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

8.มาส์กบำรุงผิวหน้า การมาส์กหน้า เป็นการบำรุงผิวหน้าอย่างล้ำลึก สาวๆ สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะใช้แผ่นมาส์กสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไป หรือมาส์กสูตรโฮมเมดก็ได้เช่นกัน สารอาหารจากมาส์กจะฟื้นบำรุงผิวและทำให้ผิวขาวกระจ่างใสในทันตาเลยล่ะ

9.ทาครีมกันแดด ในตอนเช้าขั้นตอนนี้เป็นอีกขั้นตอนสำคัญ เพราะในชีวิตประจำวันเราต้องเผชิญกับแสงแดด และแสงจากจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งส่งผลต่อผิวหน้าของเรา ฉะนั้นจึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้ง เผื่อป้องกันจากแสงเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝ้า กระ ริ้วรอยต่าง ๆ ขึ้นมาได้

10.หยุดพักการแต่งหน้าบ้าง จริงอยู่ที่การแต่งหน้าจะทำให้สาวๆ สวยมั่นใจ แต่เราควรพักการแต่งหน้าบ้าง โดยเฉพาะวันหยุดที่ไม่ได้ออกไปไหน เพื่อให้รูขุมขนได้พัก ได้ฟื้นฟูตัวเองและรับออกซิเจนมากขึ้น

11.ดื่มน้ำสะอาด การดื่มน้ำที่สะอาดในจำนวนที่เพียงพอต่อร่างกายทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล และยังส่งผลต่อผิวอีกด้วยค่ะ ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันโดยเฉลี่ย คือ 6 – 8 แก้ว

นอกจากวิธีการที่นำเสนอมานี้แล้ว การไปทำทรีตเม้นต์ที่คลินิกหรือสถานเสริมความงามก็ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้หน้าได้ คราวนี้สาว ๆ ก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องความหมองคล้ำบนใบหน้า จะสวยหน้าสดแค่ไหนก็ได้แล้วค่ะ